เนื้อหาของหลักสูตรสติปัฏฐาน ๔


ในการอบรมหลักสูตรสติปัฏฐาน ๔ ระยะเวลา ๘ วัน จะมีธรรมบรรยายประกอบการอบรม โดยใช้สื่อ Power Point มีหัวข้อธรรมบรรยายมีดังนี้
 

หัวข้อธรรมบรรยายที่เป็นเรื่องหลัก


  • วิถีโลก-วิถีธรรม
  • ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ ไตรลักษณ์
  • อริยสัจ ๔
  • มรรคมีองค์ ๘
  • กรรมและการเวียนว่ายตายเกิด

หัวข้อธรรมบรรยายที่เป็นเรื่องเสริม


  • นิวรณ์ ๕ มาร ๕
  • สัมมาสมาธิ
  • ธรรมปีติ อภิญญา
  • วิปัสสนูปกิเลส
  • สังโยชน์ ๑๐
  • บารมี ๑๐
  • โยนิโสมนสิการ

สำหรับการปฏิบัติภาวนามีวิธีการปฏิบัติโดยสังเขปดังนี้

๑. สมถกรรมฐาน
หมายถึงการเจริญสมาธิ มีเป้าหมายที่จะให้จิตมีความสงบ โดยพยายามประคองจิตให้จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปนานๆ ในการนี้ อาจจะใช้องค์ภาวนาหรือตัวช่วยให้จิตยึด เช่น ลมหายใจเข้า-ออก หน้าท้องที่พอง-ยุบ อิริยาบถที่เคลื่อนไหว หากจิตเผลอไปคิดถึงเรื่องอื่น เมื่อรู้ตัวก็ให้นำจิตมาจดจ่ออยู่กับองค์ภาวนาอีก เมื่อจิตตั้งมั่นได้ดีหรือมีสมาธิเกิดขึ้นพอสมควรแล้ว กำลังของสมาธิจะช่วยข่มทุกขเวทนาหรือความเจ็บปวด อันเกิดจากการนั่งนานๆ ได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดนิวรณ์ลงได้ (นิวรณ์มี ๕ อย่าง คือ ๑.ความยินดีพอใจในกาม ๒.ความพยาบาท ๓.จิตหดหู่ซึมเซาง่วงเหงาหาวนอน ๔.ความคิดฟุ้งซ่านรำคาญใจ ๕.ความลังเลสงสัย) จิตที่มีความตั้งมั่นไม่ฟุ้งซ่านมีสติคอยประคองอยู่ เหมาะที่จะนำมาเจริญวิปัสสนากรรมฐานต่อไป

๒. วิปัสสนากรรมฐาน หมายถึงการเจริญปัญญา หรือการพัฒนาจิตให้เกิดปัญญา เข้าใจสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง ว่าสิ่งทั้งหลายล้วนตกอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ คือเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพื่อให้จิตวางใจเป็นอุเบกขา มีความเที่ยงธรรมไม่เอนเอียงไปในทางยินดี-ยินร้าย
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมีฐานให้ปฏิบัติได้ ๔ ฐาน คือ

  • ฐานกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ได้แก่
    - อานาปานสติ โดยการสังเกตลมหายใจเข้าออก จะใช้แนวทางพุท-โธ หรือยุบ-พอง ก็ได้
    - อิริยาบถใหญ่ โดยรู้ตัวขณะที่ร่างกายเคลื่อนไหว เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน
    - สัมปชัญญะ  รู้ตัวในอิริยาบถย่อยขณะเคลื่อนไหว เช่น เหยียด คู้ ดื่ม กิน กลับ เหลียว พูด เป็นต้น
    - ธาตุ ๔ โดยรับรู้ถึงธาตุดิน(ความเป็นกลุ่มก้อน หนัก แน่น) ธาตุน้ำ(ความชื้น เหงื่อ ของเหลว) ธาตุลม(ความเคลื่อนไหว โอเอน) ธาตุไฟ(ความอุ่น ร้อน) ที่มีอยู่ในตัวเรา
    - ปฏิกูลมนสัญญา เห็นว่ากายเป็นของสกปรก
    - อสุภ เห็นว่ากายไม่งามเป็นดั่งซากศพ ไม่น่าลุ่มหลงยินดี
  • ฐานเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน    
    - สังเกตเวทนาหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส กายกระทบโผฏฐัพพะ ว่าใจมีความรู้สึกยินดี(สุขเวทนา)  ยินร้าย(ทุกขเวทนา) หรือเป็นอุเบกขา  
     
  • ฐานจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน    
    - สังเกตความคิดและอารมณ์ต่างๆที่มีอยู่ในจิต ว่าจิตมีโลภะ โทสะ โมหะ หรือไม่มี จิตหดหู่หรือไม่ ฟุ้งซ่านหรือไม่ เป็นกุศลหรืออกุศล ตั้งมั่นหรืออไม่ตั้งมั่น เป็นต้น
     
  • ฐานธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
    เป็นหมวดที่กว้างขวางมาก มีหมวดธรรมให้พิจารณาดังนี้.- นิวรณ์ ๕, ขันธ์ ๕, อายตนะ ๑๒, โภชฌงค์ ๗, และอริยสัจ ๔ หมวดธรรมดังกล่าวบางหมวดก็เหลื่อมซ้ำกับฐานกาย เวทนา และจิต โดยรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ที่มีอยู่ เป็นอยู่ ในกาย เวทนา และจิต ยกเว้นหมวดอายตนะ ๑๒ อันมี อายตนะภายในรับรู้อายตนะภายนอก เช่นตารู้รูป หูรู้เสียง จมูกรู้กลิ่น ลิ้นรู้รส กายรู้สิ่งที่กระทบกาย(โผฏฐัพพะ) จิตรู้อารมณ์(ธัมมารมณ์) เมื่อเป็นเช่นนี้หมวดอายตนะ ๑๒ สามารถนำเอาสิ่งที่รู้เห็นภายนอกมาพิจารณาได้ โดยเห็นว่าตกอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ แล้วน้อมเข้าหาตนโดยเห็นว่าตนก็ตกอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ฐานธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน จึงคุมทุกสิ่งทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกตน

การปฏิบัติวิปัสสนากล่าวโดยย่อมีองค์ประกอบ ๓ อย่าง

  • รู้ตัว ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับกายและจิต ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดๆ ก็ตามที่มากระทบ หรือที่ปรากฏให้รู้สึกเด่นชัด ในฐานทั้ง ๔ ฐาน ได้แก่ กาย เวทนา จิต และธรรม ซึ่งเท่ากับว่ารู้ในสติปัฏฐาน ๔ นั่นเอง
     
  • เข้าใจ ในสิ่งเหล่านั้นว่าตกอยู่ใต้กฎของไตรลักษณ์ ได้แก่ อนิจจัง(ไม่เที่ยง ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไป เป็นของชั่วคราว) ทุกขัง(อยากที่จะทนอยู่ในสภาพเดิมได้ มีความขัดแย้ง มีความกดดัน เป็นสิ่งที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งไม่มีความสมบูรณ์ในตัว) อนัตตา(เกิดจากการรวมตัวกันของส่วนประกอบย่อยๆ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่ของใครจริง บังคับไม่ได้ดังปรารถนา)
     ธรรมชาติของสิ่งทั้งหลาย ทั้งกาย(รูป) และจิต(นาม) ของเรา หรือของผู้อื่น หรือทุกสรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ล้วนตกอยู่ใต้กฎของไตรลักษณ์ทั้งสิ้น
     
  • วางใจ เป็นอุเบกขา ไม่ยินดียินร้ายต่อทุกสภาวที่เกิดขึ้น ทั้งภายในและภายนอก ด้วยเข้าใจว่ามีธรรมชาติเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือมีความเป็นเช่นนั้นเอง วิธีการดังกล่าวเป็นแนวทางของสติปัฏฐาน ๔ หรือสัมมาสติในมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งร่มอารามธรรมสถาน ใช้วิธีนี้เป็นแนวทางในการอบรม

หลักสูตรการอบรมปี ๒๕๕๗ ลงทะเบียนเวลา ๘.๓๐ น. ปฐมนิเทศเวลา ๑๐.๐๐ น.



วันแรก

๐๘.๓๐ - ๐๙.๓๐ น.   ลงทะเบียน เข้าที่พัก
๑๐.๐๐ - ๑๑.๐๐ น.   ปฐมนิเทศ สมาทานศีล
๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ น.   รับประทานอาหาร ผ่อนคลายอิริยาบถ
๑๓.๐๐ - ๑๔.๓๐ น.   แนะนำวิธีปฏิบัติ
๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ น.   พัก
๑๔.๔๕ - ๑๖.๓๐ น.   ปฏิบัติภาวนา
๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น.   ดื่มน้ำปานะ พัก
๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ น.   ทำวัตรเย็น ปฏิบัติภาวนา
๒๐.๐๐ - ๒๑.๓๐ น.   ฟังธรรมบรรยาย

วันที่สอง
๐๔.๓๐ - ๐๕.๐๐ น.   ตื่นนอน ทำกิจส่วนตัว
๐๕.๐๐ - ๐๗.๐๐ น.   ทำวัตรเช้า ปฏิบัติภาวนา 
๐๗.๐๐ - ๐๘.๑๕ น.   รับประทานอาหาร ผ่อนคลายอิริยาบถ
๐๘.๑๕ - ๑๑.๐๐ น.   ฟังธรรมบรรยาย ปฏิบัติภาวนา
๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ น.   รับประทานอาหาร ผ่อนคลายอิริยาบถ
๑๓.๐๐ - ๑๔.๓๐ น.   ปฏิบัติภาวนา
๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ น.   พัก
๑๔.๔๕ - ๑๖.๓๐ น.   ตอบคำถาม ปฏิบัติภาวนา
๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น.   ดื่มน้ำปานะ พัก 
๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ น.   ทำวัตรเย็น ปฏิบัติภาวนา
๒๐.๐๐ - ๒๑.๓๐ น.   ฟังธรรมบรรยาย

วันที่สาม

๐๔.๓๐ - ๐๕.๐๐ น.   ตื่นนอน ทำสรีรกิจ
๐๕.๐๐ - ๐๗.๐๐ น.   ทำวัตรเช้า ปฏิบัติภาวนา 
๐๗.๐๐ - ๐๘.๑๕ น.   รับประทานอาหาร ผ่อนคลายอิริยาบถ
๐๘.๑๕ - ๑๑.๐๐ น.   ฟังธรรมบรรยาย ปฏิบัติภาวนา
๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ น.   รับประทานอาหาร ผ่อนคลายอิริยาบถ
๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.   ตอบปัญหาธรรม การนำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน
๑๕.๐๐ - ๑๕.๓๐ น.   พิธีปิดการอบรม
๑๕.๓๐ - ๑๖.๐๐ น.   ร่วมกันเก็บอุปกรณ์และทำความสะอาดสถานที่
๑๖.๐๐ น.   เดินทางกลับ


กำหนดการอบรมหลักสูตรสติปัฏฐาน ๔ ระยะเวลา ๘ วัน 


วันแรกของการอบรม

๐๘.๓๐ - ๐๙.๓๐ น.   ลงทะเบียน เข้าที่พัก
๑๐.๐๐ - ๑๑.๐๐ น.   ปฐมนิเทศ สมาทานศีล 
๑๑.๐๐ - ๑๓.๐๐ น.   รับประะทานอาหาร ผ่อนคลายอิรอยาบถ
๑๓.๐๐ - ๑๔.๓๐ น.   แนะนำวิธีปฏิบัติ
๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ น.   พัก
๑๔.๔๕ - ๑๖.๓๐ น.   ปฏิบัติภาวนา
๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น.   ดื่มน้ำปานะ พัก
๑๘.๐๐ - ๒๑.๓๐ น.   ทำวัตรเย็น ปฏิบัติภาวนา ฟังธรรมบรรยาย

วัน ต่อๆ ไป
๐๔.๓๐ น.   ตื่นนอน ทำกิจส่วนตัว
๐๕.๐๐ - ๐๗.๐๐ น.   ทำวัตรเช้า ปฏิบัติภาวนา
๐๗.๐๐ - ๐๘.๐๐ น.   รับประทานอาหาร
๐๘.๓๐ - ๑๑.๐๐ น.   ฟังธรรมบรรยาย ปฏิบัติภาวนา
๑๑.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.   รับประทานอาหาร
๑๓.๐๐ - ๑๔.๓๐ น.   ปฏิบัติภาวนา
๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ น.   พัก
๑๔.๔๕ - ๑๖.๓๐ น.   ตอบคำถาม ปฏิบัติภาวนา
๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น.   ดื่มน้ำปานะ พัก
๑๘.๐๐ - ๒๑.๓๐ น.   ทำวัตรเย็น ปฏิบัติภาวนา ฟังธรรมบรรยาย

วันสุดท้าย ของการอบรม
๐๔.๓๐ น.   ตื่นนอน ทำกิจส่วนตัว
๐๕.๐๐ - ๐๗.๐๐ น.   ทำวัตรเช้า เดินจงกรม นั่งสมาธิ
๐๗.๐๐ - ๐๘.๐๐ น.   รับประทานอาหาร
๐๘.๓๐ - ๑๑.๐๐ น.   แนะนำหลักธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติ
๑๑.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.   รับประทานอาหาร
๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.   ตอบปัญหาธรรม การนำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน
๑๕.๐๐ - ๑๕.๓๐ น.   พิธีปิดการอบรม
๑๕.๓๐ - ๑๖.๐๐ น.   ร่วมกันเก็บอุปกรณ์และทำความสะอาดสถานที่
๑๖.๐๐ น.   เดินทางกลับ